วงษ์พาณิชย์

จาก UTCC wiki
ข้ามไปยัง: นำทาง, สืบค้น

วงษ์พาณิชย์

กรณีศึกษาที่ 8 วงษ์พาณิชย์
ลำดับเรื่อง ประเด็นเนื้อหา หมายเหตุ
แนะนำ
ธุรกิจครอบครัว
ธุรกิจ : วงษ์พาณิชย์ รีไซเคิลขยะ
ครอบครัว : วงษ์เจริญ
คุณพ่อ: ดร.สมไทย วงษ์เจริญ
คุณลูก : คุณสมชาย วงษ์เจริญ
ครอบครัววงษ์เจริญ'
ธุรกิจ : วงษ์พาณิชย์ รีไซเคิลขยะ


วงษ์พาณิชย์ ธุรกิจค้าขยะรีไซเคิล ดร.สมไทย วงษ์เจริญ ได้บุกเบิกธุรกิจเมื่อ 2547 จากธุรกิจที่คนปกติมองว่าไร้ค่าด้วย จากเด็กที่มีความคิดนอกกรอบพ่อแม่เรียนกว่าลูกนอกครอก เริ่มต้นเงินลงทุน 1,000 บาท รถกระบะ 1 คัน เก็บขยะตามบ้าน ปัจจุบันสร้างโรงงานรีไซเคิลที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในอาเซียน มีสาขาย่อยอีก 600 สาขา บวกกับประสบการณ์ที่คุกคลี่กับการรีไซเคิลทำให้มีความเชี่ยวชาญทุกกระบวนการด้านขยะรีไซเคิลจนได้เป็นที่ปรึกษาหลายสถาบันและได้รับรางวัลกิตติคุณต่างๆ
คุณสมชาย วงษ์เจริญ ทายาทคนโต มาสืบธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นกับการคลุกคลี่ธุรกิจขยะรีไซเคิลมาตั้งแต่เกิดเมื่อจบการศึกษาจึงได้เข้าบริหารธุรกิจอย่างเต็มตัว และพร้อมเข้ามาพัฒนาวงษ์พาณิชย์ให้ครบวงจร ปัจจุบันดูแลสาขาอยุธยาและพัฒนาระบบกระจายสินค้าสามารถกระจายสินค้าได้ถึง 68,000 ตันต่อเดือน

-
ประเด็น
ขัดแย้งทางธุรกิจ
คุณลูก : ต้องการต่อยอดกิจการจากขายไปเป็นวัตถุดิบเพียงอย่างเดียวเป็นนำไปแปรรูปขยะเป็นผลิตภัณฑ์
คุณพ่อ : ต้ต้องการขายไปเป็นวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว
-
ความคิดเห็น
ของคุณลูก
ขยะเป็นสิ่งที่น่ารังเกลียด เรื่องที่จะพูดต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เตี่ยไม่เคยรู้มาก่อน คือตนเองเป็นคนหนึ่งที่มองว่าขยะเป็นสิ่งที่น่ารังเกลียดสกปรก เวลาไปโรงเรียนจะโดนเพื่อนล้ออยู่ประจำว่าขยะมาแล้ว ๆ แต่เตี่ยเป็นคนสอนให้รู้ว่าครอบครัวของเราเติบโตได้เพราะขยะ เคยมีความคิดว่าไม่ต้องการทำต่ออยากเรียนสถาปัตย์แต่เตี่ยก็ทำให้รับรู้ว่าจากร้านขายของเก่าเล็กๆ สามารถทำให้กลายเป็นศูนย์กระจายสินค้าวงษ์พาณิชย์ที่มีสาขากว่าพันสาขา

กลับมามองธุรกิจของเราว่าถึงเวลาที่จะขยายธุรกิจเพิ่มจากที่เป็นผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบให้มาเป็นผู้ผลิตสินค้าเพราะมองว่าเรามีวัตถุดิบมากเพียงพอที่จะสามารถต่อยอดผลิตมาเป็นสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า มองว่าตรงนี้เป็นโอกาส เช่น เก้าอี้ที่ขายกันในห้างตัวละ 200 กว่าบาท เราสามารถผลิตตัวไม่ถึงร้อยบาท โดยที่คุณภาพทุกอย่างเท่าเทียมกันลูกค้าจะเลือกของใครอยากให้ธุรกิจนี้เจริญรุ่งเรืองต่อไปถึงลูกหลานจึงควรทำตั้งแต่ตอนนี้

-
ความคิดเห็น
ของคุณพ่อ
ท่ามกลางกองขยะเน่าเหม็นค้นพบเหมืองแร่ทองคำ ทำอาชีพนี้มากว่า 40 ปี เคยลองผอดลองถูกมาตลอดร้อยกว่าอาชีพ ไปยืนดูท่ามกลางกองขยะเน่าเหม็นค้นพบเหมืองแร่ทองคำสร้างชีวิตครอบครัวเราให้ขึ้นมาขนาดนี้ความคิดของเราที่พูดออกไปแล้วาอยู่ท่ามกลางสายตาของผู้คนจำนวนมากที่เขาเหยียดหยามความคิดเรา “คนบ้าค้าขยะ” ฉายยาแรกของเตี่ยคนไม่ปกติถึงจะค้าขยะ พ่อแม่ของเตี่ยเองตัดพ่อตัดแม่กับเตี่ย 3 ปีเต็ม กว่าเตี่ยจะพิสูจน์ให้พ่อกับแม่เข้าใจอาชีพนี้เป็นอาชีพสุจริตสามารถก่อร่างสร้างตนเองได้ วันที่พ่อแม่เข้าใจเป็นช่วงชีวิตที่เตี่ยมีความสุขมากที่สุด สิ่งที่เตี่ยค้นพบว่ากว่า 1,400 ชนิด บนหลุมขยะที่สร้างประโยชน์ให้ธุรกิจของเราได้ทุกย่างก้าวต้องไม่ผิดพลาดเลย สินค้าพันกว่าร้อยชนิดที่เราซื้อเงินสดขายเงินสดกำไรได้มาสดๆ จดจำไว้ให้ดี แต่ทำไมเตี่ยถึงไม่ทำเป็นผลิตภัณฑ์ออกมาเพราะสิ่งนี้มันเกิดวงจรเงินสดเป็นวงจรเงินเชื่อ "ครอบครัวเราใหญ่มาก ค่อยๆ เดินดีกว่าไหมจะได้ไม่หกล้มขาหัก"


พิธีกรถาม : เคยลองผิดลองถูกมามากเริ่มทำธุรกิจตั้งแต่อายุเท่าไร
คุณพ่อตอบ  : เริ่มปี 2516 (สิบกว่าขวบ) ขายเสื้อผ้า ล็อตตารี่ ใบตรวจหวย ทำมาหมดหาเช้ากินค่ำเป็นอย่างไรรู้รสชาติดี
พิธีกรถาม : เรียนจบไหม
คุณพ่อตอบ : เรียนไม่จบ พ่อแม่เข้าตั้งฉายยาว่า “ลูกนอกคอก” ก็เลยถามเตี่ยไปว่าคอกมีไว้ขังหมูขังหมาเท่านั้น จะขังคนชื่อสมไทย วงษ์เจริญ หาได้ไม่
พิธีกรถาม : คุณสมชายเคยรู้ประวัติเรื่องนี้ของคุณพ่อหรือไม่ ชอบหรือไม่ขยะ
คุณลูกตอบ  : เคยรู้มาบ้าง ตอนนั้นไม่ชอบ ไม่เคยคิดทำต่อ เคยถูกเรียกว่าขยะมาแล้ว รู้สึกน้อยใจ อายเพื่อน ไม่เคยเล่าให้พ่อฟังเพราะรู้ว่าพ่อเหนื่อยและตั้งใจทำงาน

-
ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
ผศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล
คณบดี คณะบริหารธุรกิจ และผอ.ศูนย์ธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ถามคุณลูก : เคยคิดถึงหัวอกคู่ค้าของเราไหมที่ขยายธุรกิจไปแข่งกับลูกค้าเดิม

คุณลูกตอบ  : เครือข่ายมีอยู่มีอยู่พันกว่าสาขาทั้งในและต่างประเทศสามารถรวบรวมวัตถุดิบและแบ่งเป้น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งให้คู่ค้าเหมือนเดิม ส่วนที่ 2 ส่งเข้าในสายการผลิตของเราเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่

ถามคุณลูก : ที่ถามเป็นคนละประเด็นกับความพอหรือไม่พอ ถามในประเด็นเชิง จรรยาบรรณของนักธุรกิจ (Business ethics) เราเคยเป็นคู่ค้ากันอยู่ๆ เรามาขยายธุรกิจกลายเป็นคู่แข่งกันไปความสัมพันธ์ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อที่เคยทำธุรกิจกันมา 20 – 30 ปี ความรู้สึกจะเป็นอย่างไร(ขอฝากไว้)เพื่อว่าจะเป็นประเด็นไว้ให้น้องต้นหรือ ดร.สมไทย ไว้พิจารณา

คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ : ฟังจากทั้งคู่แล้วธุรกิจนี้เหมาะมากที่จะทำธุรกิจครอบครัวสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพราะเป็นธุรกิจเฉพาะแต่ว่าธุรกิจตัวนี้ดูว่าไม่ค่อยน่าทำเท่าไร อยากให้ ดร.สมไทย มองยาวๆ ไม่ใช่รุ่นลูกเพราะรุ่นนี้มี ดร.สมไทย เป็น inspiration มองไปที่รุ่นหลานที่อาจจะไม่มี ดร.สมไทยเป็น inspiration อีกอย่างคือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ สิ่งที่ไม่เคยมีในอดีตจะเริ่มทำได้ สิ่งที่น้องต้นจะทำก็เป็นนวัตกรรมเหมือนกันพยายามจะสร้างให้เกิดการเติบโต แต่ผมชอบแนวคิดคุณพ่อมากว่านวัตกรรมที่ท่านทำอยู่มันเปลี่ยนแปลงโลกเปลี่ยนแปลงสังคมมันดูยิ่งใหญ่มาก

พิธีกรถาม : เมื่อคู่บอกว่าเรียนไม่จบแล้วอยู่ดีๆ ได้เป็น ดร. ได้อย่างไร

คุณพ่อตอบ  : ก็เพราะว่าไปสร้างตำราคัดแยกขยะ โดยเขียน "คู่มือคัดแยกขยะประจำบ้าน" เล่มแรกของโลก จึงได้รับพระราชทานปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตกิตติมาศักดิ์ สาขาบริหารธุรกิจ อยู่ๆคนธรรมดาบ้านนอกเป็น ดร. ก็ขอขอบคุณที่หลายคนได้พิจารณา

ให้คะแนนพ่อ
ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ
ประธานบริษัทเบนซ์ทองหล่อ
ถามคุณลูก : ถ้ามีโอกาสเลือกไม่ต้องโดนนินทาว่ากล่าวว่าลูกเนรคุณแล้วออกจากบ้านไปหาอาชีพอิสระจะไปหรือไม่


คุณลูกตอบ  : หากเป็นเมื่อก่อนไปเพราะอยากเป็นสถาปนิกส์ แต่ตอนนี้ไม่ไปเพราะคุณพ่อสามารถที่จะพัฒนาจากร้านขายของเก่าให้ไม่เหมือนร้านขายของเก่าทั่วๆไป จึงทำให้ตนเองเปลี่ยนทัศนคติใหม่มองขยะในมุมใหม่ๆ มองขยะว่าคือทองคำ ทุกวันนี้ถ้าให้ออกไปทำอย่างอื่นคงไม่ไปแล้ว


คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ : ถ้าพ่อให้ทุน แล้วไม่ว่าอะไร ไปเถอะจะได้ไม่เป็นลูกคนเก็บขยะไปทำงานข้างนอกจะได้มีหน้ามีตาถ้ายังทำงานรีไซเคิล โดย "ส่วนตัวแล้วชื่นชมถ้าเป็นตนเองหากมีอาชีพที่ดีกว่าจะไม่เลือกทำอาชีพนี้" จึงอยากรู้ว่าตอนนี้ หากต้องการสืบทอดมีสองขั้นตอนคงไม่นำขยะรีไซเคิล แต่จะไปต่อยอด อย่างเก้าอี้ในตลาดขายกัน 200 -250 บาท ของคุณทำอาจจะ 100 บาท
แต่จริงๆถ้าไป คุณคิดว่าคุณขายถูกกว่าเขาค่าการตลาดมหาศาลตรงนี้จะเข้าข่ายที่คุณพ่อบอกคืออย่าไปเดี๋ยวเจ็ง อยู่กับพ่อมีแต่เจ๊ากับเจี๊ยไปอย่างลูกมีเจ๋งกับเจ๊งเพราะอย่างนั้นอย่าไปและอยู่กับพ่อเถอะ อันนี้น่าเห็นใจคุณพ่อกลัวมากที่จะเสี่ยง แต่ถ้าผมเป็นลูกขอเสี่ยง ถ้าเขาพร้อมที่จะเสี่ยงผมว่าลูกคิดถูก

ให้คะแนนลูก
ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
คุณนิภาภรณ์ ฐิติธนการ
นักร้องและนักแสดง
ถามคุณพ่อ :  : คุณพ่อเขียนคู่มือแยกขยะใช่ไหม ตอนนี้ตนเองมีปัญหาเรื่องขยะ ขอถามว่าทิชชู (tissue) เปียกน้ำทิ้งลงที่ไหน


คุณพ่อตอบ  :ให้ทำความเข้าใจตรงนี้ก่อนว่าในโลกนี้ไม่มีขยะเป็นเพียงทรัพยากรที่ไว้ผิดที่เท่านั้นเอง ทิชชูเปียกน้ำถ้าไว้ผิดที่ก็เป็นขยะถ้าไว่ถูกที่ถูกทางก็ไม่ใช่ขยะ แต่มันสำคัญที่ว่าทิชชูนั้นเช็ดอะไรมาถ้าแค่เช็ดมือที่อ่างล้างมือถึองออกมา 3 วา เช็ดมือแล้วเหวี่ยงลงในถังขยะแล้วให้รถขยะขนไปสิ้นเปลืองค่าน้ำมันปล่อย ซีโอทู (CO2) ไปในชั้นบรรยากาศสร้างมลพิษให้กับโลก อย่างนี้"ทิ้งทิชชูกำมือเดียวอาจสะเทือนถึงดวงดาวได้" ถ้าคนเราคิดอย่างนี้


คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ : ไม่ผิดเลยที่ตนเองยืนคิดก่อนทิ้งขยะ แล้วคิดก่อนว่าอะไรที่จะทำร้ายไปถึงดวงดาว แต่ความเสี่ยงในปัจจุบ้นถ้าไม่ลองเสี่ยงก็ไม่รู้ จึงอยากให้โอกาสลูกมากกว่า

ให้คะแนนลูก
ความคิดเห็น
ของคนในครอบครัว
สมาชิกครอบครัว  : ร่วมรายการ 7 ท่าน

พิธีกร  : เห็นแนวทางความแตกต่างของคุณสมชายกับคุณพ่อในการทำธุรกิจบ้างหรือไม่
พิธีกร  : คุณพ่อได้สอนวิธีการบริหารธุรกิจไว้บ้างหรือไม่

  • มีความแตกต่างลูกนั้นจะมีความคิดการทำธุรกิจแบบใหม่ๆ ส่วนพ่อนั้นจะเป็นแนวทางเดิมคือเป็นแบบครอบครัวคือเคยทำมาอย่างไรก็จะทำอย่างนั้น
  • อยากให้คุณพ่อพักบ้าง และอยากให้พี่ชายค่อยๆทำไปเพราะเพิ่งเริ่มเข้ามาทำงานได้ไม่นาน
  • "ไม่ว่าจะทำอะไรต้องมีคุณธรรมมาก่อนเสมอ คุณธรรมต้องนำหน้าธุรกิจ"
  • เห็นด้วยกับทั้งสองท่านอย่างสามีคิดที่จะทำให้ครบวงจรโดยที่เรามีทรัพยากรอยู่ในมือก็จะทำให้ชื้อเสียงของวงษ์พาณิชย์มีมากยิ่งขึ้น
  • เแท้จริงแล้ววงษ์พาณิชย์มีความพร้อมมานานแล้วแต่ทายาทที่แท้จริงเพิ่งจะสำเร็จการศึกษามาช่วยงาน อย่างคุณสมชายมาเริ่มงานได้สามปี แต่มีความคิดที่ดีมากๆ ที่จะต่อยอดธุรกิจที่มีวัตถุดิบอยู่แล้วจะนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ตรงนี้ถือว่าวงษ์พาณิชย์เรามีความพร้อมแน่นอน
-
ผลโหวต
  • ผลโหวต ของครอบครัว คือ พ่อ 2 : ลูก 5
  • ผลโหวต ในห้องส่ง คือ พ่อ 44 % ลูก 56 %
-
ความรู้สึก
ของสองพ่อ/ลูกที่มีต่อกัน
พิธีกรถาม  : รู้สึกอย่างไรบ้าง เมื่อผลโหวตส่วนใหญ่ของครอบครัวเห็นด้วยกับลูกชาย

คุณพ่อ  : รู้สึกว่าเริ่มเดินช้าลง ๆ ตามวัย แต่เมื่อลูกๆ เสียงส่วนใหญของตรอบครัวคิดอย่างนี้ก็กลับมาคิดได้อีกอย่างว่า สิ่งที่ลูกกำลังจะทำต่อไปนี้เตี่ยเองก็ยอมรับว่ามันมีความเสี่ยงสูงมาก หนึ่งหมื่นสี่พันกว่าคน กับอีกพันกว่าสาขา๙งอาจจะเป็นสองพันสามพันสาขาทั่วไทยทั่วโลกอยู่ในกำมือของลูกให้ลูกได้พิจารณาด้วย

พิธีกรถาม : คุณสมชายผลโหวตเป็นอย่างนี้รู้สึกอย่างไร

ความรู้สึกคุณลูก : ดี และมองว่าเป็นโอกาสที่จะขยายธุรกิจเพื่ออนาคตของเรา ถึงรุ่นลูก หลาน แต่การที่จะไปถึงจุดนั้นก็ยังต้องมีคุณพ่อเป็นที่ปรึกษา เราจะนำทฤษฎีที่คุณพ่อสอนตั้งแต่เด็กมาใช้ คือ “ค่อยๆ เดินไม่ต้องรีบแล้วทุกอย่างจะดีที่สุด”

พิธีกรถาม : ด้วยความเป็นพ่อมีอะไรจะพูดกับลูกสาวหรือไม่

ความรู้สึกของพ่อ: ตอนลูกคลอดรู้สึกเหมือนโดนสาบ ตกใจ ตอนนั้นรู้สึกว่าจะต้องขยันกว่าเดิมอีกสิบเท่าเพราะไม่อยากให้ลูกลำบากเหมือนตนเอง เพราะตอนเป็นเด็กตนเองลำบากมากพ่อแม่เหมือนกันหมดเวลาที่รักลูกมันไม่มีขอบเขตไม่มีข้อแลกเปลี่ยน รักแบบที่บอกว่าตายแทนได้

พิธีกรถาม  : มีอะไรอยากพูดกับคุณพ่อเป็นการส่วนหรือไม่ เพราะบอกว่าไม่ค่อยได้คุยกันเพราะคุณพ่อเดินทางตลอด

ความรู้สึกคุณลูก : เตี่ย ผมมีเรื่องจะบอกหลายอย่าง คือแต่ก่อนผมเป็นเด็กเกเรมาก่อนเรียนก็ไม่เอา การงานที่บ้านก็ไม่เอา อาจจำทำให้เตี่ยทุกข์ใจ น้อยใจ เสียใจ ผมขอโทษชีวิตเตึ่ยทำมาก็เพื่อครอบครัว ผมและน้องๆ สัญญาว่าจะดำเนินธุรกิจไปให้ถึงรุ่นลูก- หลาน ผมรักเตี่ย

ความรู้สึกของพ่อ: เดินทางจากนี้ไปต้องระมัดระวังสิ่งต่างๆ ที่ลูกได้เคยโต้แย้งโต้เถียงกันมาเตี่ยเข้าใจ บางครั้งเตี่ยจะขึ้นเสียงดุด่าว่ากล่าวไปบ้างลูกไม่ต้องคิดมากมันเป็นคำสอน "ล้มลุกคุกคลานเตี่ยเรียนมาตลอดไม่อยากให้ลูกได้เรียน เตี่ยอยากให้ลูกได้เรียนเรื่องราวของความสำเร็จท่ามกลางความบาดเจ็บของพ่อแม่ที่ได้เกิดขึ้นมา" ลูกประคับประคองไว้ให้ดี ขอฝากลูกไว้เพียงเท่านี้

-
ประเด็นเพิ่มเติมจากเนื้อหา
คำถามทางธุรกิจ
-
คมคิด
ของคนทำธุรกิจ
  • "ครอบครัวเราใหญ่มาก ค่อยๆ เดินดีกว่าไหมจะได้ไม่หกล้มขาหัก"
  • “ทิ้งทิชชูกำมือเดียวอาจสะเทือนถึงดวงดาวได้”
  • “ไม่ว่าจะทำอะไรต้องมีคุณธรรม มาก่อนเสมอ คุณธรรมต้องนำหน้าธุรกิจ”
  • ถามในประเด็นเชิง จรรยาบรรณของนักธุรกิจ เราเคยเป็นคู่ค้ากันอยู่ๆ เรามาขยายธุรกิจกลายเป็นคู่แข่งกันไปความสัมพันธ์ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อที่เคยทำธุรกิจกันมา 20 – 30 ปี ความรู้สึกจะเป็นอย่างไร
  • “ค่อยๆ เดินไม่ต้องรีบแล้วทุกอย่างจะดีที่สุด”
  • “เร็วจนลูกตามไม่ทัน เราต้องฟังลูกและลูกก็ต้องเชื่อพ่อควรจะผสมผสานกัน”
  • "ล้มลุกคุกคลานเตี่ยเรียนมาตลอดไม่อยากให้ลูกได้เรียน เตี่ยอยากให้ลูกได้เรียนเรื่องราวของความสำเร็จท่ามกลางความบาดเจ็บของพ่อแม่ที่ได้เกิดขึ้นมา”
-
เคล็ดลับธุรกิจครอบครัว โดยธนาคารกสิกรไทย
คุณวศิน วณิชย์วรนันต์ (รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย) กลยุทธ์การขยายธุรกิจ

เพื่อให้ธุรกิจครอบครัวขยายตัวได้อย่างราบรื่นขึ้น ขออธิบายการขยายธุรกิจ 3 รูปแบบด้วยกัน

  1. การธุรกิจในแนวราบ คือการขยายในแนวความชำนาญเดิมที่สั่งสมกันมาของธุรกิจ
  2. การธุรกิจในแนวตั้ง คือจะขยายไปยังธุรกิจที่เป็นต้นน้ำหรือปลายน้ำของเราซึ่งจะมีความยากและความเสี่ยงมากกว่าแบบแรก
  3. การธุรกิจไปยังธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้อง สำหรับรูปแบบนี้จำเป็นต้องพิจารณากันอย่างมากเนื่องจากเป็นธุรกิจที่ไม่คุ้นเคยและมีปัจจัยการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกัน ความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจ ความยากจะมีมากกว่า 2 แบบแรก
สมาชิกครอบครัวจำเป็นต้องสำรวจดูความพร้อมและสร้างความเข้าใจระหว่างสมาชิกเพียงเท่านี้ธุรกิจครอบครัวของเราก็จะประสบความสำเร็จ
-
ชมรายการผ่าน YouTube วงษ์พาณิชย์ รีไซเคิลขยะ -
เครื่องมือส่วนตัว
เนมสเปซ

สิ่งที่แตกต่าง
ปฏิบัติการ
ป้ายบอกทาง
เครื่องมือ